บทแรก สิ่งสำคัญของการเรียนและทำข้อสอบ ภาษาอังกฤษ
แน่นอน ว่า เรื่องของ คำนามสำคัญมักๆๆ เนื่องจาก คำนามเป็น subject ของประโยค เป็นประธานกระทำกริยา และเป็น object กรรมของประโยค
รูปแบบของคำนามนั้นมีหลากหลายรูปแบบ
จะรู้ได้ยังไงน้า? ว่าเป็นคำนาม
วิธีสังเกต สังเกตจากคำ suffix ดังนี้
-al เช่น arrival, survival, proposal, denial, refusal
-tion เช่น completion, location, elimination, generation
-ion เช่น decision, vision, description
-sion เช่น admission, mission, permission
-ation เช่น examination
-ence เช่น difference, confidence, conference
-ance เช่น annoyance, dominance, importance
-ery เช่น delivery, misery
-ure เช่น failure, pleasure
-hood เช่น boyhood, childhood, nationhood
-ship เช่น partnership
-ism เช่น patriotism, isolationism
-acy เช่น accuracy, delicacy
-ty เช่น cruelty
-ity เช่น activity
-ness เช่น kindness, coldness, selfishness
นอกจากนี้ยังมีคำนามที่เติม suffix ต่อไปนี้ แล้ว มีความหมายเป็น บุคคลหรือ ผู้ถูกกระทำทันที
กลุ่ม หรือ บุคคล
-an เช่น
-ian เช่น librarian (บรรณารักษ์) magician (นักมายากล)
-ant เช่น participant, assistant, fight attendant
-er เช่น interviewer, employer, player
-or เช่น inspector, dictator (ผู้เผด็จการ)
-ist เช่น columnist, pianist, chemist
ผู้ถูกกระทำ
-ee เช่น employee (ลูกจ้าง) interviewee ( คนถูกสัมภาษณ์)
เรื่องของพจน์ของนาม ก็สำคัญเช่นกัน
อะไร คือ พจน์ของนาม พจน์ของนามนั้นสำคัญมั้ย
แน่นนอน พจน์ของนามนั้นสำคัญ เพราะ พจน์ของนามก็คือจำนวนของคำนามนั่นเอง
พจน์ของนาม คือ เอกพจน์ และ พหูพจน์
ปัญหาที่พบบ่อย คือ ไม่รู้ว่าคำนามนั้นเป็นเอกพจน์ หรือ พหูพจน์ ดังนั้น มีผลกับการใช้กริยา ให้สอดคล้องกับคำนามนั่นเอง
1) คำนามบางตัว เปลี่ยนรูปไปจากเดิมเมื่อเป็นพหูพจน์
เช่น foot – feet
louse- lice
tooth-teeth
woman-women
mouse-mice
goose- geese
man- men
2) คำนามบางคำมีรูป ลงท้าย-s เหมือนเป็นพหูพจน์ แต่กลับเป็นเอกพจน์เสมอ ได้แก่คำนามประเภท
- ชื่อโรค เช่น mumps=โรคคางทูม, measles= โรคหัด
- ชื่อกีฬา เช่น athletics=นักกีฬา, gymnastics=ยิมนาสติก
- ชื่อวิชา เช่น maths=คณิต physics=วิชาฟิสิกส์
**คำนามเหล่านี้ จะใช้ กริยาเอกพจน์เท่านั้น
3) คำนามเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ เขียนรูปเดียวเท่านั้น
เช่น fish (ไม่ใช่ fishes) , deer, sheep, reindeer, salmon
4) คำนามต่อไปนี้มีรูป เป็น เอกพจน์ (ไม่มีการเติม s,es) แต่มีความหมายเป็นพหูพจน์เสมอ
Majoritiy, people, police (จะรู้ว่าเป็นเอก หรือ พหู นั้น ดู ที่ Article เช่น ถ้ามี a นำหน้า police แสดงว่า เป็น เอกพจน์ แต่ ถ้า ใช้ the นำหน้า มีความหมายเป็นพหูพจน์ทั้นที)
5) คำนามต่อไปนี้มีรูปพหูพจน์เสมอ เน้อ
Clothes (เสื้อผ้า)
Congratulations
Manners (มารยาท)
Jeans (กางเกงยีนต์)
วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)